UFABETWINS

UFABETWINS  แม้จะเป็นการฟาดแข้งกันแบบปิดสนามหรือพรีเมียร์ลีก

แม้จะเป็นการฟาดแข้งกันแบบปิดสนามหรือพรีเมียร์ลีกพยายามหาวิธีการที่ปลอดภัยที่สุดก็ยังมีท่าทีของนักฟุตบอลบางคนรวมทั้งสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ (พีเอฟเอ) ที่แสดงความวิตกเรื่องการกลับมาเตะเกมลีก 2019/20 ให้จบ

มองในมุมกว้างแต่ละฝ่ายย่อมมีเหตุผลของตัวเอง ฝ่ายของผู้จัดการแข่งขันและสโมสรย่อมอยากจะเตะให้ครบทุกเกมเพื่อตัดปัญหาเรื่องรายได้จากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด

ถ้าเตะไม่ครบ เงินก็ได้ไม่ครบ เรื่องธรรมดา เข้าใจได้อยู่แล้ว เพียงแต่สำหรับบางสโมสรถ้าได้เงินไม่ครบหรือถูกตัดออกบางส่วนจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาวะคล่องตัวทางการเงินทันที

อย่าลืมว่าช่วงที่ไม่มีฟุตบอลเตะมาตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม ทุกวันเวลานาทีที่ผ่านไปคือค่าใช้จ่ายทั้งนั้น เป็นค่าใช้จ่ายล้วนๆ ไม่มีรายได้

เป็นเงินไหลออกล้วนๆ ไม่มีไหลเข้า

ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่พอจะเป็นน้ำเลี้ยงก้อนใหญ่ก็จะหายหรือพร่องไปอีกถ้าฟุตบอลลีกไม่สามารถเตะจบซีซั่นได้จริงๆ เพราะคงไม่มีผู้ซื้อลิขสิทธิ์เจ้าไหนใจดียอมจ่ายเต็มจำนวนแลกกับจำนวนเกมที่หายไปแน่

นั่นคือการมองในมุมของฟุตบอล นาทีนี้การพยายามลงทำการแข่งขันให้จบไม่ได้เป็นเรื่องสันทนาการ แพสชั่น หรือบรรยากาศแห่งการลุ้นแชมป์ ลุ้นพื้นที่สโมสรยุโรป หรือลุ้นตกชั้น-เลื่อนชั้นอีกแล้ว

มันเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ ไม่ใช่หน้าเงิน ไม่ใช่การแสดงความงก แต่มันคือภาคบังคับที่ต้องกัดฟันสู้ต่อให้ถึงที่สุด

ทางหนึ่งก็พูดคุยหาทางออกสำหรับการแข่งขันให้ตลอดรอดฝั่ง เกมที่ 9 นัดที่เหลือของแต่ละทีม 92 แมตช์ที่เหลือของทั้งลีกจะจัดการอย่างไร เราจึงได้เห็นข่าวที่ว่าพรีเมียร์ลีกเตรียมเสนอกฎพิเศษที่จะใช้ในช่วงเคลียร์โปรแกรมเตะให้จบโดยเฉพาะอาทิ เตะไม่ถึง 90 นาที เปลี่ยนตัวได้มากกว่า 3 คน รวมทั้งเล่นกันในสนามเป็นกลาง

ผ่านไม่ผ่าน ได้ไม่ได้อย่างไรต้องรอการลงคะแนนโหวตเป็นรอบๆ ไป โดยเฉพาะเรื่องการเตะสนามกลางที่ไปๆ มาๆ อาจจะถูกดีดตกไปแล้ว

อีกทางหนึ่งก็ต้องรอฟังแนวทางจากรัฐบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ การแพทย์ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่อย่างน้อยตอนนี้รัฐบาลเปิดไฟเขียวให้แล้วก็น่าโล่งใจไปเปลาะใหญ่ กระนั้นก็ยังมีวาระใหญ่น้อยให้ต้องมาพิจารณากันตามสถานการณ์ชนิดแทบจะวันต่อวัน

ขณะเดียวกันนักฟุตบอลเองก็ลุ้นไปด้วย

บอกไม่ถูกหรอกครับว่านักฟุตบอลส่วนใหญ่นั้นอยากกลับมาเตะหรือไม่อยากกลับมาเตะในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 ยังไม่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซนต์

บางคนพร้อมถลกแขนเสื้อลุยด้วย เอาไงก็เอากัน แต่ไม่ใช่กับทุกคนเพราะแต่ละคนก็มีห่วงของตัวเอง

ไม่ใช่ทุกคนที่อยากลงเตะฟุตบอลในช่วงนี้

แฟนบอลบางคนมอง เซร์คิโอ อเกวโร่ ว่าใจเสาะ กับการแสดงความคิดเห็นเมื่อ 1-2 สัปดาห์ก่อนในเชิงไม่สบายใจที่จะกลับมาเตะ

เขายอมรับว่ารู้สึกกังวล ถ้าพลั้งพลาดติดเชื้อขึ้นมาจะเป็นอย่างไร ความรู้สึกตรงนี้ของกุนสอดคล้องกับเพื่อนร่วมอาชีพบางคนที่ออกหน้าแสดงความไม่สบายใจเช่นกันทั้ง ราฮีม สเตอร์ลิง แดนนี่ โรส หรือจะเป็น ท็อดด์ แคนท์เวลล์ ที่โพสต์ในโซเชียลเมื่อ 2-3 วันก่อนว่า “พวกเราก็เป็นประชาชนเหมือนกัน”

หากเหตุผลของดาวยิงอาร์เจนไตน์และเพื่อนๆ นั้นไม่ใช่เพราะตัวเอง แต่เป็นคนใกล้ตัวล้วนๆ อย่างอเกวโร่นั้นเขากังวลเพราะเขามีครอบครัว มีแฟนสาว มีลูก ลองคิดดูสิครับว่ามันจะน่าเศร้าขนาดไหนถ้าเขากลายเป็นคนที่นำโควิด-19 ไปติดคนในบ้านเสียเอง

พูดตามตรงทุกคนมีสิทธิ์ห่วงตัวเอง แต่กรณีนี้สำหรับนักเตะหลายๆ คนผมคิดว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเองเท่านั้นหรอก เมื่อคุณพูดถึงโรคระบาดมันคือการระบาด การแพร่เชื้อ การที่คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่จะโชคร้ายกลายเป็นติดไวรัส

อเกวโร่ ราฮีม โรส หรือ แคนท์เวลล์ ไม่ใช่คนแรกๆ ที่พูดแบบนี้และจะไม่ใช่คนสุดท้ายด้วย ผมเชื่อว่ายังมีนักฟุตบอลคนอื่นคิดเหมือนพวกเขาอีกมากมายเพียงแต่บางคนอาจจะพูด บางคนอาจจะไม่พูด

หากที่ไม่ชวนให้สบายใจเลยก็คือคอมเม้นต์จากแฟนบอลทั้งไทยและเทศที่ออกไปในทำนองที่ว่าทำไมนักเตะพวกนี้ถึงได้ขี้ขลาดตาขาวเหลือเกิน

กรณีของกุนก็โดนต่อว่าหนัก รวยก็รวยแต่ดันปอดแหก หรือเพราะทีมของเอ็งเล่นไปก็ป้องกันแชมป์ลีกไม่ได้ อย่าให้เห็นว่าพอเป็นแชมเปี้ยนส์ ลีกล่ะวิ่งปร๋อนะ

ผมว่าตัวเขาเองก็พูดชัดเจนนะครับ ทำความเข้าใจได้ไม่ยากเลย เขาไม่ได้ห่วงตัวเองสักนิดแต่เป็นห่วงคนที่บ้านต่างหาก มันผิดด้วยหรือที่เขาจะเป็นห่วงคนที่เขารัก

ส่วนเรื่องแชมเปี้ยนส์ ลีก ผมคิดว่าถ้ายูฟ่าไม่สามารถรับรองความปลอดภัยได้ร้อยเปอร์เซนต์ คือให้เตะกันในช่วงที่โลกนี้ยังไม่มีวัคซีนกำจัดโควิด-19 ออกมา เขาก็คงรู้สึกไม่ต่างกันหรอก

ผมทำความเข้าใจมุมมองของพวกเขา เห็นใจและได้แต่เป็นกำลังใจให้ ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีไม่ว่ามติพรีเมียร์ลีกและสโมสรสมาชิกรวมถึงยูฟ่าจะออกมาเป็นอย่างไร ไม่ว่านักฟุตบอลจะต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ไหน

ในฐานะนักฟุตบอลอาชีพรับเงินค่าจ้างจากสโมสร ถ้าสโมสรสั่งให้คุณลงเตะ คุณจะปฏิเสธอย่างไรได้

ไม่ใช่ทุกคนที่อยากลงเตะฟุตบอลในช่วงนี้

พวกเขาไม่ควรถูกประนามหยามเหยียดว่าอ่อนแอ ทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลองหรือเอาแต่ได้กับเหตุผลด้านโรคระบาดที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับอาชีพของเขาและความปลอดภัยของคนใกล้ตัวพวกเขา

ยิ่งกับรายของโรสและราฮีมที่เป็นนักเตะผิวดำก็ยิ่งน่าทำความเข้าใจให้มาก สถิติชี้ว่าคนดำที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นมีสถิติเสียชีวิตมากกว่าคนขาวถึงเกือบเท่าตัว

ผมเองเพิ่งจะได้เห็นข้อมูลตรงนี้ก็ยังแปลกใจว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น หาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้เหมือนกันว่าเพราะอะไรและชาติอื่นๆ เขามีสถิติอย่างนี้ด้วยไหม

แน่นอนครับว่าความคิดของคนเราไม่เหมือนกันหรอก ไม่ว่าใครก็อยากให้คนเข้าใจในเหตุผลของตนทั้งนั้น ไม่เห็นด้วยก็ได้ ขอแค่อย่าดูถูกกันเพียงเพราะเห็นไม่ตรงกันหรือมีอคติว่าเขามีวาระซ่อนเร้นไปเสียหมด

ผมคิดว่าอเกวโร่และเพื่อนๆ นั้นเข้าใจดีถึงเหตุผลว่าทำไมฟุตบอลถึงต้องกลับมาเตะให้จบฤดูกาล เข้าใจดีถึงความรุนแรงถึงขนาดที่อาจทำให้บางสโมสรล้ม แต่ในแง่ความปลอดภัยเล่า ถ้ามันยังไม่มีอะไรการันตีว่าทุกคนปลอดภัยแน่นอน มันคุ้มค่าเสี่ยงไหมกับการนำคนที่เกี่ยวข้อง 300 คนต่อเกมเข้าไปอยู่ในความเสี่ยงรวมแล้ว 92 แมตช์

เขามีสิทธิ์แสดงความกังวล ส่วนทางออกมันก็มีกติกาของมันในแต่ละเรื่องอยู่แล้วว่าจะใช้วิธีไหน

ลองดูพฤติกรรมของตัวเราเองเป็นเกณฑ์ก็ได้ครับว่าทุกวันนี้เวลาออกนอกบ้านเราป้องกันตัวไหม

สวมใส่หน้ากากหรือเปล่า ถ้าสวม สวมเพื่ออะไร สวมเพื่อป้องกันตัวเองนั้นใช่ แต่ป้องกันตัวเองเพื่อตัวเองคนเดียวหรือเปล่า ป้องกันตัวเองเพื่อไม่ให้ติดเชื้อแล้วนำกลับไปติดคนที่บ้านใช่ไหม

ถ้าใช่ มันก็เป็นเหตุผลเดียวกับอเกวโร่และนักฟุตบอลคนอื่นๆ ที่ไม่เห็นด้วยกับการพยายามกลับมาทำการแข่งขันแบบปิดสนามเตะถ้ายังไม่มีหลักประกันถึงความปลอดภัยที่วางใจได้

ไม่ใช่ทุกคนที่อยากลงเตะฟุตบอลในช่วงนี้

ประเด็นของพวกเขานั้นชัดเจน ตรงจุด ไม่อ้อมค้อม ไม่หลบหลังใคร ไม่เห็นด้วยก็พูดตรงๆ รองรับด้วยเหตุผลที่มีน้ำหนัก

คนอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่ผ่านร้อนหนาวมาไม่รู้เท่าไหร่นี่น่ะหรือครับขี้ขลาด คนอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง ที่เคยถูกแฟนบอลขู่ฆ่ามาแล้วเนี่ยนะตาขาว คนที่ว่าเขาอย่างนั้นก็ตัดสินเขาตื้นไปหน่อย

ลองคิดถึงอีกมุมหนึ่งกันไหมว่า ฟุตบอลนี่แหละคือสิ่งที่อยู่ตรงกันข้ามกับแนวทางปฏิบัติตนให้ห่างจากโควิด-19 แท้ๆ เลย

ไม่มี Social distancing ใดๆ ทั้งสิ้น มันเป็นกีฬาที่ต้องปะทะกัน ตะคอกกัน วิ่งไล่ตามกัน เสียบสกัดกัน มีกลุ่มคนที่อยู่ร่วมความเสี่ยงจำนวนมาก ทั้งนักฟุตบอลตัวจริง ตัวสำรอง สตาฟฟ์โค้ช รวมไปถึงกรรมการ

ก็ธรรมชาติของมันเป็นอย่างนั้น ฟุตบอลสวนทางกับนโยบายปฏิบัติ ถ้ามันไม่ใช่ธุรกิจใหญ่มีผู้คนเกี่ยวข้องมากมายในระดับประเทศมันคงถูกสั่งปิดตายไปนานแล้วในช่วงไวรัสโคโรน่า

ผมเข้าใจความรู้สึกของนักฟุตบอลที่ไม่สบายใจในเรื่องนี้ เข้าใจเลยไปถึงเหตุผลลึกๆ ว่าเพราะอะไร ยิ่งมีตัวเปรียบเทียบที่ลีกเพื่อนบ้านอย่างเบลเยียม ฮอลแลนด์ ฝรั่งเศส ที่ยกเลิกไปหมดแล้วก็ยิ่งกังวล

นักฟุตบอลมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะห่วงตัวเองและครอบครัว ไม่เกี่ยวกับความอ่อนแอ คนที่อยู่วงนอกจะพูดอะไรก็ได้ แต่ถ้าคิดถึงใจเขาใจเราคงจะไม่พูดอะไรอย่างนั้น

อเกวโร่ สเตอร์ลิง โรส แคนท์เวลล์ ออกมาพูดเพราะพวกเขาอยู่ในสังคมที่ยังมีคนติดเชื้อวันละสามพันกว่าคน ตายวันละหลายร้อยคน เมื่อวานนี้ตายสี่ร้อยกว่าคน สองวันก่อนตายเกือบห้าร้อยคน สามวันก่อนตายหกร้อยคน

อยู่ในสังคมที่แม้กระทั่งผู้มีอำนาจยังเห็นไม่เหมือนกัน นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ประทับตราผ่านตลอด แต่ ซาดิค ข่าน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนส่ายศีรษะสถานการณ์แบบนี้ไม่ควรคิดเรื่องเอาฟุตบอลกลับมาเตะเลยจริงๆ

ฟุตบอลไม่เคยสำคัญกว่าความตาย หรือต่อให้ไม่ใช่ความตายแต่ปอดที่ถูกทำลายจากการติดเชื้อก็เพียงพอต่อการทำให้อาชีพนักฟุตบอลของใครสักคนพังพินาศเหมือนกัน

แล้วอย่างนี้ถ้าพวกเขาจะรู้สึกกังวลมันผิดขนาดไหนกันหรือ

คลิกเลย >>>  UFABETWINS

คลิกเลย >>>   https://www.hatayrentacars.com/